Technology

“เศรษฐกิจดิจิทัล” ที่ต้องเตรียมใจและเตรียมการ โดย : พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ

ความเข้าใจที่ไม่ลึกซึ้งเพียงพอในความหมายของเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่เราเรียกว่า “เศรษฐกิจดิจิทัล” อาจเป็นเหตุให้ผู้นำและผู้บริหารในหลายประเทศเดินไปผิดทิศทาง

การสร้างยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลให้แก่ประเทศและองค์กรนั้น หากเป็นเพียงการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  รวดเร็วขึ้น และช่วยในการลดต้นทุน แล้วคิดว่าน่าจะเพียงพอที่จะทำให้สามารถอยู่รอดและแข่งขันต่อไปได้นั้น น่าจะเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเป็นอย่างมาก เพราะเนื่องจากเศรษฐกิจดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงการเกิดปรากฎการณ์ที่มีการแข่งขันกันรุนแรงและรวดเร็วเท่านั้น แต่ความหมายที่เป็นแก่นแท้ของมันคือ “การทำลายอำนาจระบบเศรษฐกิจรูปแบบดั้งเดิมที่มีการควบคุมจากศูนย์กลาง (Centralized) ไปสู่การกระจายอำนาจและกระจายขีดความสามารถ (Decentralized)” ต่างหาก
ตัวอย่างการกระจายอำนาจ (Decentralized) ในธุรกิจสื่อที่กำลังปรากฏให้เห็นอย่างรุนแรงและชัดเจน ที่ทำให้ธุรกิจสื่อดั้งเดิมที่เคยทรงอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ รวมไปถึงกิจการโทรคมนาคม ก็กำลังจะถูกแพลตฟอร์ม social media ลดทอนอำนาจการรวมศูนย์ลงไปสู่การกระจายอำนาจ ซึ่งทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถผลิตสื่อเองด้วยการโพสต์ลงบน social media และยังสามารถแพร่ภาพแบบ realtime ได้โดยไม่ต้องอาศัยช่องโทรทัศน์หรืออาศัยบริษัทสื่อบันเทิงที่มีชื่อเสียงที่เคยรวบอำนาจอยู่ไม่กี่บริษัทอีกต่อไป จนทำให้บริษัทสื่อและบันเทิงต้องพบกับจุดจบไปหลายราย (ทั่วโลก)
ในกิจการโทรคมนาคมที่บริษัทประกอบกิจการโทรคมนาคมทำหน้าที่ควบคุมการติดต่อสื่อสารกลับต้องมาโดนบั่นทอนอำนาจด้วยการที่ประชาชนมีอิสระเสรีในการสื่อสารในรูปแบบที่เปลี่ยนไปด้วยการสื่อสารผ่าน applications ที่เราเรียกว่า OTT เช่น Line, Facebook และอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย จนต้องปรับ business model ใหม่เพื่อความอยู่รอดด้วยการนำเอาจุดแข็งที่มีในด้าน Big Data มาใช้ในธุรกิจเพื่อให้อยู่รอดต่อไป
ในส่วนของธุรกิจการเงินการธนาคารก็กำลังจะถูกลดทอนอำนาจที่เคยรวมศูนย์ไว้เพราะการปรากฎตัวของเทคโนโลยี Blockchain ที่กำลังจะทำให้เกิดการการกระจายอำนาจ โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สร้างบริษัทในรูปแบบเสมือนจริง (Virtual orgarization) ขึ้นมาอยู่บนแพลตฟอร์ม Blockchain ที่ขับเคลื่อนมูลค่าด้วย Cryptocurreucy เช่น Bitcoin, Ethereum และ Ripple เป็นต้น จนทำให้ผู้คนสามารถทำธุรกรรมกันเองโดยตรงแบบ peer-to-peer โดยไม่ต้องผ่านธนาคารที่เคยเป็นตัวกลางแบบรวมศูนย์อีกต่อไป ซึ่งจะเริ่มสร้างความหนาวสะท้านให้กับแวดวงธุรกิจการเงินการธนาคารในอนาคตอันใกล้ หากยังไม่เชื่อและยังไม่ปรับตัว
ในส่วนธุรกิจพลังงานก็กำลังถูกเทคโนโลยี Microgrid ที่ทำหน้าที่เป็นโครงข่ายกระจายพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยการซื้อขาย (Trade) พลังงานผ่าน Cryptocurreney ที่สร้างอยู่บนแพลตฟอร์ม Blockchain จึงเป็นการทำลายการควบคุมแบบรวมศูนย์ (Decentralized) ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากศูนย์กลางด้วยการสร้างพลังงานแสงอาทิตย์ที่สามารถผลิตขึ้นเองในบ้านเรือนประชาชน และสามารถซื้อขาย (Trade) พลังงานที่เก็บเอาไว้ใน storage กันเองในหมู่อาคารบ้านเรือน ด้วยการแลกเปลี่ยนด้วย Cryptocurrency เช่น ในสกุล Power Ledger ซึ่งเป็น Cryptocurrency สกุลหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน และอาจเป็นในรูปแบบธุรกรรม smart contract ได้อีกด้วย
ตัวอย่างดังกล่าว เป็นตัวอย่างเพียงเล็กน้อยที่กำลังจะเกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งคำว่า “เศรษฐกิจดิจิทัล” นั้น มีความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเท่านั้น ซึ่งแก่นแท้ของมันคือการเข้ามาเปลี่ยนระบบนิเวศของทุกๆอุตสาหกรรมจากการควบคุมแบบรวมศูนย์ (Centralized) ไปสู่กระจายอำนาจ (Decentralized) ในการผลิตและกระจายความเป็นอิสระให้ประชาชนมีสิทธิในการผลิตสิ่งที่มีมูลค่าได้ด้วยตัวเอง และสามารถทำธุรกรรมกันเองโดยไม่ต้องมีตัวกลาง ซึ่งเทคโนโลยีในอดีตไม่สามารถทำได้ แต่ในปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้ เทคโนโลยีดิจิทัลสามารถทำให้เกิดการสร้างมูลค่าจากอากาศได้อย่างน่าอัศจรรย์ดังเช่นในหลายประเทศกำลังทำอยู่อย่างก้าวกระโดดจนทำให้ประเทศเหล่านั้นก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเห็นได้ว่าวิธีคิดในการบริหารจัดการเปลี่ยนไปโดยไม่สามารถใช้ความรู้และประสบการณ์เดิมๆ รวมทั้งกฎหมายเดิมๆ มาใช้ได้อีกต่อไป
“ยินดีต้อนรับสู่การเปลี่ยนแปลง”
——————
พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
30 ธันวาคม 2560 
——————-
Tags

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Close